การฟื้นฟูสภาพเท้าจากบรรดากูรู

คำแนะนำการประโคมเท้าจากแพทย์ผิวหนัง, นักวิ่ง, โมเดลเท้า, และนักเต้นอาชีพ

สมมติว่าเท้าของคุณผ่านร้อนผ่านหนาวมาเป็นเวลานานมาก ทั้งถูกขังอยู่ในรองเท้าแข็ง ๆ ยัดอยู่ในถุงเท้าชื้นเหงื่อ และอาบไปด้วยขี้ไคลจนคุณไม่กล้าจะเปลือยเท้าให้ใครเห็น  ดังนั้นทางเราจึงได้รวบรวมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลเท้ามาให้กับคุณดังต่อไปนี้

Robert Brodell ศาสตราจารย์และหัวหน้าสาขาผิวหนังของมหาวิทยาลัย Mississippi Medical Center: ไม่ว่าใครก็ชอบสวมรองเท้าที่ใส่สบายและไม่เสียดสีผิวหนังจนด้าน  หากคุณไม่แน่ใจว่าตัวเองใส่รองเท้าที่ดีกับเท้าหรือไม่ สังเกตง่าย ๆ จากนิ้วก้อยเท้าว่าสีกับรองเท้าจนหนังด้านหรือไม่  หนังข้างนิ้วก้อยเท้าที่ด้านแบบนั้นอาจไม่ดูแย่ในตอนแรก แต่เมื่อผิวหนาตัวมากขึ้น ๆ จนถึงจุดจุดหนึ่ง หนังที่ด้านจะแข็งคล้ายกับก้อนกรวดที่ฝังตัวอยู่ในนิ้วเท้า ซึ่งทำให้การกดทับแย่ลงกว่าเดิม  วิธีกำจัดหนังด้านวิธีหนึ่งคือการตะไบเบา ๆ ทุกวัน หรือรองบริเวณที่ด้านด้วยแผ่นรองทรงโดนัทเพื่อกระจายแรงกดที่นิ้วเท้าให้กว้างขึ้น

ถ้าคุณเป็นโรคเบาหวาน ประสาทความรู้สึกที่เท้าของคุณอาจมีน้อยลง (เรียกว่าโรคเส้นประสาท) ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานต้องหมั่นตรวจเช็คเท้าของตัวเองทุกวันเพื่อมองหาบาดแผลหรือความเสียหายที่อาจเกิดกับผิวหนังโดยไม่รู้ตัว

อีกหนึ่งปัญหาที่คนทั่วไปมักประสบกันคือเชื้อราระหว่างนิ้วนางและนิ้วก้อยเท้า  ราที่เกิดจะมีลักษณะคล้ายชีสที่ติดอยู่ระหว่างนิ้วเท้าทั้งสอง  แม้จะไม่มีอาการใด ๆ ในตอนแรก แต่หากปล่อยทิ้งเอาไว้จะยิ่งทำให้การรักษาด้วยครีมกำจัดเชื้อราอย่าง Clotrimazole ทำได้ยากขึ้น และยิ่งหากเท้าติดเชื้อราอัดอยู่ในรองเท้านานกว่า 48 ชั่วโมงท่ามกลางสภาพอากาศอุ่นชื้นอย่างกลางป่าเขาก็อาจทำให้เชื้อราเติบโตได้ง่ายยิ่งขึ้นจนทำให้เท้าอักเสบขึ้นมาได้ในที่สุด

ที่แย่กว่านั้นคือหากคุณเกิดแผลระหว่างนิ้วนางกับนิ้วก้อยเท้า อาจมีโอกาสที่เชื้อแบคทีเรียจะเข้าสู่ร่างกายจนทำให้เกิดโรคเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบตามมาได้ด้วย

นางแบบเท้า Kelly: กิจวัตรการดูแลเท้าของดิฉันก็ง่าย ๆ นั่นคือการทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเท้าของตนเอง  โดยมากดิฉันจะใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติอย่างวิตามิน E  และน้ำมันทาตัว พร้อมกับทาโลชั่นจากเชียร์บัตเตอร์พอกเท้าข้ามคืนเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว, ขัดผิวด้วยเกลือหรือน้ำตาลสองครั้งต่อสัปดาห์ร่วมกับทาน้ำมันสกัดที่ดิฉันทำเอง, และอาจมีการประโคมผิวเท้าทั่ว ๆ ไปที่ซาลอนตามความสะดวกของดิฉัน

นักวิ่งทางไกล Kellin Haley (ที่สัมภาษณ์ระหว่างการวิ่งมาราธอนครั้งที่เก้า): รองเท้าคือสิ่งที่สำคัญที่สุด  ปกติแล้วดิฉันจะเปลี่ยนรองเท้าวิ่งใหม่ทุก ๆ ครึ่งทางของตารางการฝึกปกติ หรือทุก ๆ 250-300 ไมล์ เพราะหากฉันฝืนวิ่งด้วยรองเท้าโทรม ๆ อาจเกิดปัญหาใหญ่ระหว่างวิ่งได้   การวิ่งทุกครั้งต้องสวมถุงเท้าวิ่งขอบสูงตลอดเพื่อกันไม่ให้เหงื่อไหลเข้ารองเท้า เพราะการวิ่งด้วยเท้าอาบเหงื่ออาจทำให้มีตุ่มหนองเกิดขึ้น แถมยังทำให้เท้ามีกลิ่นที่พังมาก ๆ ด้วย

ในเรื่องของการดูแลเล็บเท้านั้น ดิฉันมักเข้าคอร์สดูแลเท้าทุก ๆ สองถึงสามสัปดาห์ ซึ่งช่วยลดโอกาสและจำนวนตุ่มจากการวิ่งระยะยาวลงอย่างมากจนแทบจะไม่มีเลย!  ตลอดการวิ่งและเตรียมตัว ดิฉันต้องคอยตัดเล็บเท้าให้สั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะฉันเคยเล็บหลุดระหว่างการวิ่งด้วย บอกเลยว่ามันเจ็บสุด ๆ !

อีกอย่างหนึ่งคือต้องมีการเสริมความแข็งแรงให้เท้าเช่นเดียวกับที่คุณเสริมกล้ามเนื้อให้ร่างกาย  อย่าลืมว่าฉันต้องวิ่งยาว 20 ไมล์ แต่คนส่วนมากจะทนวิ่งได้แค่ 4 ไมล์แรก จากนั้นเท้าก็จะเปลี้ยหรือกระติกไม่ได้อีกเลย!  ดังนั้นทางที่ดีคือเริ่มจากการวิ่งเยาะ ๆ ช้า ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มระยะทางกับความเร็วขึ้นจะดีที่สุด

ท้ายที่สุดคือดิฉันต้องคอยแคะเศษดินออกจากเล็บเท้าหลังอาบน้ำทุกครั้ง เพื่อดูแลให้เท้าของดิฉันท็อปฟอร์มอยู่ตลอดเวลา!

Sydney Banta นักเต้นและเชียร์ลีดเดอร์ตัวหลัก: ดิฉันต้องใช้งานเท้าหนักมาก ๆ ดังนั้นจึงต้องดูแลเท้าของตัวเองให้ดีที่สุด!  หลังการใช้งานเท้าอย่างหนักหน่วงทั้งวัน ฉันมักจะใช้เครื่องนวด Theragun นวดเบา ๆ เพื่อทำให้เลือดกลับมาสูบฉีดอีก จากนั้นก็ทาโลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้นเพื่อให้พร้อมใช้งานในวันถัดไป  ดิฉันเองก็ชอบเข้าซาลอนดูแลเท้าบ้างเป็นครั้งคราว...คืออย่างน้อยก็ลองสีเล็บเท้าตลก ๆ อะไรแบบนั้น

โดย IAN LECK LITNER