จำเป็นต้อง “ซื้อข้าวของสำหรับเด็ก” ทุกอย่างหรือไม่?

จำเป็นต้อง “ซื้อข้าวของสำหรับเด็ก” ทุกอย่างหรือไม่?

โดย IAN LECK LITNER

แชมพูสำหรับเด็ก, ยาแก้ปวดสำหรับเด็ก, อาหารสำหรับเด็ก  ทำไมถึงต้องเตรียมของใช้สำหรับเด็กด้วยในเมื่อข้าวของสำหรับผู้ใหญ่ก็มีอยู่แล้ว?

เมื่อเทียบกับผู้ใหญ่แล้ว เด็กจะเปรียบเหมือนสิ่งมีชีวิตอีกจำพวกไปเลย เพราะเด็ก ๆ มีภาษา, มีท่าทางขบขัน, และมีความต้องการแตกต่างเป็นของตัวเอง  ทำให้ผู้ปกครองหลายคนจึงต้องเกิดความพารานอยด์ขึ้นและจัดหาข้าวของสำหรับเด็กมาประคบประหงมลูกน้อยของตนเอง

ในการจะทราบว่าสิ่งใดที่ควรต้องมีไว้สำหรับเลี้ยงเด็ก และสิ่งใดที่เป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพนั้น ทางเราได้รวบรวมข้อมูลการเลี้ยงลูกจากผู้เชี่ยวชาญและโค้ชพ่อแม่ Katherine Saltzberg ดังต่อไปนี้:

สุขภัณฑ์

มีสุขภัณฑ์หลายประเภทที่มี “เวอร์ชั่นสำหรับเด็ก” อยู่ ซึ่งรวมไปถึงยาสีฟัน, แชมพู, กับสบู่อาบน้ำ  สำหรับยาสีฟันนั้น Saltzberg กล่าวว่า “เด็กส่วนใหญ่จะไม่ชอบรสมิ้นท์” ทำให้ยาสีฟันสำหรับเด็กต้องเติมกลิ่นหอมหวานเข้าไปจนกลายเป็นรสยาสีฟันมากมาย ทั้งนี้ก็เพื่อกระตุ้นให้เด็กสนใจรักษาความสะอาดในช่องปากตัวเองมากขึ้น  อีกทั้งมีข้อมูลจากรีวิวสินค้ายาสีฟันสำหรับเด็กในเว็บ Amazon หลายตัวที่ผู้ปกครองยืนยันว่าลูก ๆ พวกเขาชอบยาสีฟันรสหอม ๆ ทำให้เด็กแปรงฟันง่ายขึ้น

ต้องอย่าลืมว่า “เด็กชอบกลืนยาสีฟันลงคอ” ทำให้ไม่ควรบีบยาสีฟันใส่แปรงใหญ่กว่าเม็ดถั่ว และปัญหานี้เองที่ทำให้พ่อแม่หลายคนเลี่ยงยาสีฟันที่ไม่มีฟลูออไรด์ (เพราะการกินฟลูออไรด์เข้าไปก็นับว่าไม่ดีเช่นกัน) แต่คำแนะนำจากทันตแพทย์เฉพาะทางเด็ก Jonathan Shenkin กลับแนะว่าไม่ควรเลี่ยงการใช้ฟลูออไรด์กับเด็ก เพราะ “เมื่อฟันเด็กไม่ได้รับฟลูออไรด์จะทำให้เสี่ยงต่อการฟันผุมากขึ้น” ดังนั้นคุณควรดูแลให้พวกเขาแปรงฟันด้วยยาสีฟันที่ประกอบด้วยฟลูออไรด์ในปริมาณน้อย ๆ และบ้วนออกหลังแปรงเสร็จทุกครั้งจะดีที่สุด

สำหรับไหมขัดฟันนั้น เด็กสามารถใช้ไหมขัดเหมือนกับของผู้ใหญ่ได้!

สำหรับแชมพูนั้น “แชมพูสำหรับผู้ใหญ่จะแสบเมื่อเข้าตา” ทำให้แชมพูสำหรับเด็กจะมีส่วนประกอบต่าง ๆ ที่อ่อนลงเพื่อป้องกันความระคายเคืองดวงตาน้อย ๆ ของเด็ก  ส่วนสบู่สำหรับเด็กก็มักจะมีสารแต่งกลิ่นปริมาณน้อยเพื่อไม่ให้ผิวอันบอบบางของลูกน้อยระคายเคือง  กระนั้นผู้เชี่ยวชาญก็บอกว่ามีสบู่สำหรับเด็กบางตัวที่ยังมีสารแต่งกลิ่นที่เป็นอันตรายต่อเด็กอยู่ดี  ถ้าเป็นเช่นนั้นทำไมคุณไม่เปลี่ยนสบู่แบบอ่อนหรือปลอดสารแต่งกลิ่นมาให้ทั้งบ้านใช้ให้หมดไปเลยล่ะ!

ยา

“เด็ก ๆ ต้องใช้ยาสำหรับเด็กทั้งในเรื่องของความเข้มข้นและโดสของยา!” ไม่ว่าจะเป็นยาสามัญประจำบ้านอย่างยาแก้หวัดหรือยาแก้ปวด  โดยคุณต้องสอบถามปริมาณการใช้ยาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ และควรเลี่ยงการใช้ยา Aspirin ในเด็ก เพราะเป็นตัวยาที่เชื่อมโยงกับ Reye’s syndrome ที่ทำให้ตับกับสมองของเด็กบวม  และสิ่งที่สำคัญจริง ๆ คือควรพาเด็กไปพบแพทย์ก่อนจะเริ่มใช้ยาใด ๆ กับเด็กทุกครั้ง

อาหาร

“เมนูอาหารสำหรับเด็ก” เป็นของที่ไม่จำเป็นอย่างแรง! เพราะมีข้อมูลว่าอาหารสำหรับเด็กตามร้านนั้นจะมีสารอาหารน้อยกว่าปริมาณที่ควรได้รับ และมักจะมีแต่อาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพกับพวกที่ทำให้เด็กยิ่งเลือกกิน อย่างพวกน่องไก่, พิซซ่า, แฮมเบอร์เกอร์, ฯลฯ  ดังนั้นแทนที่จะเลือกเมนูพรรค์นี้ คุณควรสั่งอาหารของคุณตามปกติหรือสั่งอาหารจานหลักขนาดกลาง ๆ มาแบ่งให้เด็กทานแทนจะดีกว่า

เสื้อผ้า

เด็กต้องใช้เสื้อผ้าขนาดเล็กกว่าผู้ใหญ่แน่นอนอยู่แล้ว ซึ่ง Saltzberg แนะนำว่าเด็ก ๆ โดยเฉพาะทารกนั้นจะมีผิวที่บอบบางมาก คุณจึงควรเลือกซื้อเสื้อที่ผ้าอ่อนนุ่ม และหากเป็นไปได้ก็ควรเป็นผ้าที่ใช้แล้วไม่แพ้ดีกว่า