วิธีเทสลุคยังไงให้ไม่ผิดหวัง

คุณอยากจะเทสลุคของตัวเอง แต่ไม่อยากจบลงด้วยความผิดพลาดที่ทำให้ตัวเองเสียใจใช่หรือไม่? พวกเรามีคำแนะนำจะช่วยไขความลังเลของคุณอยู่!

เมื่อก่อนตัวผมเองก็เป็นคนชอบใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ ตัวเดิม ๆ ซ้ำ ๆ จนแฟนเริ่มบ่นกับเสื้อยืดเน่า ๆ ที่ผมเอาไปรัดหน้าท้องแบบที่มนุษย์ถ้ำทำกัน ซึ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องผมเผ้าที่ถูกเพิกเฉยมาตั้งแต่ปี 2015 เลยด้วยซ้ำ

เช่นเดียวกับที่หลาย ๆ คนเข้าใจว่า “การเปลี่ยนแปลง” เป็นเรื่องน่ากลัว  จนทำให้มีความคิดวนเวียนในหัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าตัดสินใจตัดผมแล้วออกมาแย่จนเกลียดตัวเองในกระจกล่ะ? ฉันต้องทนสวมหมวกปิดตลอดปีจนกว่าผมจะงอกกลับมาหรือเปล่า? หรือถ้าหากฉันซื้อเสื้อผ้าใหม่ ๆ มาแล้วเพิ่งสังเกตว่าพวกมันดูตลกกันล่ะ?

จากคำแนะนำของบรรดาผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ ท่าน ทางเราได้สรุปวิธีง่าย ๆ ที่คุณสามารถลองก่อนเปลี่ยนลุคของตนเองได้โดยไม่ได้ทำอะไรสุ่มเสี่ยงเกินไป โดยจะเริ่มแนะนำจากสิ่งที่สำคัญที่สุดซึ่งก็คือ “จิตใจ” ของคุณเอง  ผู้ชายเป็นกลุ่มคนที่มีความสามารถในการจัดการกับรูปลักษณ์หรือลุคของตัวเองที่แย่กว่าผู้หญิงมาก หมายความว่าจะเป็นกลุ่มคนที่มักถูกคนใกล้ตัวติตั้งแต่เรื่องของสไตล์การแต่งตัว ไปจนถึงวิธีการจัดการกับลุคของตนเองมากที่สุด  ดังนั้นก่อนจะเริ่มยุ่งกับเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเอง สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการปรับความเชื่อและสร้างความมั่นใจในสิ่งที่คุณกำลังจะทำเสียก่อน

จิตใจของคุณ

Deborah Heiser นักจิตวิทยาด้านพัฒนาการของมนุษย์ที่เชี่ยวชาญด้านการชราภาพและผู้ก่อตั้ง The Mentor Project: คนบางคนสามารถยอมรับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ทั้งในสภาพแวดล้อมและตู้เสื้อผ้าตัวเองได้เป็นอย่างดี ในขณะที่บางคนรู้สึกพอใจกับการดำเนินความเป็น “กิจวัตร” มากกว่า ซึ่งคุณจะเป็นคนลักษณะใดนั้นอาจเป็นผลมาจาก:

  • อัตลักษณ์ (Identity): การจัดการกับลุคของตัวเองเป็นวิธีแสดงออกถึงตัวตนของแต่ละคนที่เด่นชัดที่สุด ไม่ว่าจะคุณเป็นคนที่ชอบแต่งตัวตามกระแสนิยม, เป็นคุณหนู, เนี้ยบ, มีหัวอนุรักษ์นิยม, หรือชอบแต่งตัวสบาย ๆ ตามใจฉันก็ต่างเป็นทางเลือกที่เราใช้แสดงอัตลักษณ์ของเราออกมา   ซึ่งการแต่งตัวนี้เองที่ต่างจากการเปลี่ยนแปลงและความรู้สึกอื่น ๆ ที่เป็นธรรมชาติและควบคุมไม่ได้ อย่างการมีผมร่วงหรือมีผมหงอกตามอายุที่มากขึ้นที่ทำให้รู้สึกจิตตกขึ้นมา
  • การรักษาสมดุลร่างกายของแต่ละบุคคล (Homeostasis): พวกเราทุกคนมี “ฐาน” ความตื่นตัวที่ทำให้พวกเรารู้สึกสบายใจที่สุดอยู่  ความพึงพอใจนี้เองจะขึ้นอยู่กับระดับความตื่นตัวที่อยู่ภายในจิตใจของมนุษย์แต่ละคน  ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่นคนบางกลุ่มรู้สึกเบื่อเมื่อต้องจัดตู้เสื้อผ้าใหม่ หรือเบื่อเมื่อไม่ได้พบปะผู้คน, บางคนอาจไม่ชอบอยู่ในงานปาร์ตี้ แต่อยากกลับบ้านไปนอนพักผ่อนมากกว่า, บางคนชอบที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าในตู้ใหม่ทุกไตรมาส และต้องมีการเปลี่ยนทรงหนวดเคราหรือตัดผมใหม่ทุกฤดู แต่คนอีกกลุ่มอาจรู้สึกพอใจที่จะสวมเสื้อตัวเดิม ๆ โดยไม่คำนึงถึงสภาพอากาศ และมีความคิดว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนผมเผ้าของพวกเขาบ่อยขนาดนั้นก็ได้

ก่อนเปลี่ยนแปลงลุคตัวเอง ก็ให้เริ่มนึกจากการจินตนาการถึงลุคใหม่ที่อยากได้ โดยพยายามให้ยังคงเป็นสไตล์เราอยู่ การทำแบบนี้จะช่วยให้เรามองเห็นภาพคุณใช้ชีวิตในลุคนั้นๆ และเตรียมจิตใจให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนลุคสเตปถัดๆไป 

สำหรับบางคน ก็อาจจะปรึกษาเพื่อนๆ หรือแฟนสาวก่อนก็ได้ยิ่งดี!

หนวดเคราของคุณ

Zain Nawaz ประธานชมรม Dollar Shave Club และผู้เชี่ยวชาญด้านหนวดเครา: หากคุณอยากทดลองโกนหนวดสไตล์ใหม่ ๆ ควรลองตอนเย็นวันศุกร์หลังเลิกงาน เพราะคุณสามารถปลีกวิเวกไปร้องไห้ได้โดยไม่มีใครเห็น และนี่เป็นระยะเวลาที่นานพอจะภาวนาให้หนวดใหม่งอกกลับขึ้นมาทันวันจันทร์  วิธีที่สองคือการค้นรูปสไตล์การไว้หนวดเคราจากอินเตอร์เน็ตและนึกภาพว่าตัวเองเข้ากับสไตล์นั้น ๆ หรือไม่  ซึ่งแน่นอนว่าคุณสามารถใช้วิธีสอบถามความคิดเห็นจากคนรอบข้างก็ได้อีกเช่นกัน!

เสื้อผ้าของคุณ

นักออกแบบ Rayne Parvis: การทดลองลุคใหม่สามารถเริ่มได้จากการใช้สีและลวดลายที่คุณชอบ อย่างเช่นหากคุณชอบใส่เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน คุณก็สามารถลองสลับไปใส่เสื้อยืดสีน้ำเงินกับกางเกงยีนส์สีเทาที่มีสไตล์คล้ายกันแทน หลังจากนั้นค่อยเพิ่มองค์ประกอบอื่น ๆ เข้าไปอย่างการสวมสูทลำลองที่มีกระเป๋าหน้าทรงเหลี่ยมหน้าตาตลก ๆ ทับ แต่หากคุณรู้สึกว่าสูทแบบนี้ฉูดฉาดเกิน คุณก็สามารถเปลี่ยนเป็นเสื้อแจ็กเก็ตจั๊มเอวสีสดแทนก็ได้ เป็นต้น

หากอยากลองเพิ่มอะไรเข้าไปอีก ลองเพิ่มเติมด้วยสิ่งที่คุณใส่อยู่เป็นปกติอยู่แล้ว และคิดดูว่าคุณสามารถประดิษฐ์หรือแทนสิ่งนั้น ๆ ให้มีสีหรือลวดลายมากขึ้นได้หรือไม่ อย่างเช่นกำไลหนังสัตว์หรือนาฬิกาเพื่อเพิ่มคะแนนความคิดสร้างสรรค์ให้ตนเอง

ทรงผมของคุณ

ช่างตัดผม Asia J: หากคุณคิดจะเปลี่ยนทรงผม สิ่งที่คุณควรทำและสำคัญที่สุดคือการมองหาช่างตัดผม แม้จะเป็นแค่การขอคำแนะนำก็ตาม (ในบางครั้งมันก็ฟรี!)  เพราะบรรดาช่างตัดผมจะรู้ดีที่สุดว่าลุคแบบไหนที่เข้ากับเทสหรือโครงหน้าของคุณที่สุด

ช่างแต่งผม Vanessa Rodriguez ที่ประจำอยู่ที่ Simbiotica Hair House: ควรเซฟรูปทรงผมที่คุณชอบไปปรึกษากับช่างแต่งผมเพื่อให้พวกเขาตัดสินว่าสไตล์นั้น ๆ เหมาะกับคุณหรือไม่ และแบบไหนดีที่สุดกับลักษณะเส้นผมของคุณ  ทางดิฉันจึงมักจะเริ่มจากการแนะนำรูปทรงผมให้ลูกค้าดู และค่อยมาช่วยกันเลือก  จากประสบการณ์ของดิฉัน ผู้ชายมักจะไม่ชอบให้ผมของพวกเขาสั้นเกินไป ทำให้เคสส่วนมากดิฉันจะตัดผมออกทีละนิด ๆ จนกว่าจะถึงความสั้นที่ลูกค้า (และตัวฉัน) พอใจ (สำหรับผู้ชายจะมีข้อได้เปรียบตรงที่ผมยาวไวอยู่แล้ว)

 

โดย IAN LECK LITNER