วิธีเลือกแว่นตาที่เข้ากับใบหน้า

วิธีเลือกแว่นตาที่เข้ากับใบหน้า

โดย IAN LECK LITNER

คำแนะนำในการเลือกแว่นตาที่เข้ากับใบหน้าของคุณจากผู้เชี่ยวชาญด้านแว่นตาทั้งสอง

งานบังคับให้ผมนั่งจ้องตัวหนังสือเล็ก ๆ จำนวนนับไม่ถ้วนบนหน้าจอสว่างจัด ๆ เป็นเวลานาน ทำให้ตัวผมเริ่มคิดว่าควรต้องเริ่มเตรียมหาแว่นมาใส่แล้วหรือยัง  แต่ผมก็เหมือนกับคนที่เกิดและโตมาด้วยสายตาระดับคนปกติมาตลอด ทำให้เรื่องนี้ไม่เคยเข้ามาในหัวผมเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความรู้ที่ว่าแว่นแบบไหนเข้ากับหน้าของตัวเองที่สุดด้วยซ้ำ...

พอเริ่มต้องหรี่ตาข้างนึงทำงาน ทำให้ผมต้องเข้าหาผู้เชี่ยวชาญด้านแว่นตา Alex Arias ที่ยังเป็นผู้ผลิตสินค้าเกี่ยวกับสายตาให้กับ Sandro และนาย Dave Barton ผู้ก่อตั้งแบรนด์แว่นตา David Kind เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการเลือกแว่นตาที่เข้ากับใบหน้าของผม ซึ่งข้อมูลต่อไปนี้คือสิ่งที่ได้รับกลับมา:

ขั้นที่ 1: กรอบไหนเข้ากับรูปหน้าของคุณ?

Arias: “กรอบแว่นที่มีเหลี่ยมมีมุมจะดูดีที่สุดกับคนที่มีใบหน้ากลมหรือรูปไข่ เพราะตัดกับความกลมของใบหน้า  ส่วนกรอบแว่นกลมและกรอบโค้งมนจะเข้ากับคนที่มีใบหน้าทรงเหลี่ยมหรือคนคางแหลม เพราะความกลมจะขัดกับความเหลี่ยมของใบหน้าได้อย่างลงตัว”

Barton: “คุณไม่ต้องจริงจังกับคำแนะนำจากพวกเรามากหรอก เพราะหากคุณมีรูปหน้าแหลม, กรามเหลี่ยม, หรือหน้าเหลี่ยม แค่ใช้กรอบแว่นที่ออกกลมหน่อย ๆ ก็พอ แค่ระวัง ๆ การใช้กรอบแว่นที่มีมุมหรือเหลี่ยมจนเกินไปเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าคุณห้ามสวมแว่นกรอบเหลี่ยมอีกเลยตลอดชีวิตหรอก”

โครงหน้าไม่ได้เป็นสิ่งเดียวที่ใช้ตัดสินการเลือกใช้แว่นตาเท่านั้น อย่างเช่น ถ้าหากคุณเป็นคนที่มีแก้มอวบอิ่ม Arias แนะนำให้คุณเลือกกรอบแว่นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ไม่กว้างจนไปถึงแก้ม เพราะกรอบจะได้ไม่ไปชนกับแก้มของคุณให้รำคาญใจ  และอย่าคิดว่าทรงผมที่ใช้จะส่งผลต่อโครงหน้าของคุณที่ใช้พิจารณากรอบแว่นนะ เพราะหากคุณใช้ทรง Fabio (ทรงยาวเลยลำคอลงไป) หรือหัวล้าน คุณต้องนำเรื่องโครงสร้างบนใบหน้ามาพิจารณาการเลือกกรอบแว่นแทน ไม่ใช่รูปทรงของศีรษะคุณ!

หากคุณวางแผนจะใช้แว่นตาเพื่อเล่นกีฬา อย่างแว่นกันแดดสำหรับตีกอล์ฟ  Arias แนะนำให้คุณเลือกกรอบแว่นบางที่มีน้ำหนักเบาเพื่อกันไม่ให้แว่นไหลออกจากดั้งคุณ

ขั้นที่ 2: สไตล์ไหนที่ใช่คุณ?

ไม่ว่าคุณจะได้รับคำแนะนำที่สมเหตุสมผลเท่าใด อย่าลืมว่าควรเอาความชอบส่วนตัวของคุณเองเป็นที่ตั้งด้วย  Barton กล่าวว่า “หากคุณเป็นคนประเภทที่ชอบใช้กรอบแว่นบ่งบอกความเป็นตัวเอง กรอบแว่นใหญ่ ๆ , หนัก ๆ , สีดำ ๆ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจนะ  แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องสวมแว่นตาเพื่อใช้ชีวิตปกติทั้งวัน ไม่อยากให้คนมาสนใจแว่นตาที่อยู่บนหน้าของคุณมากเกินไป ควรเลือกแว่นตาใส่สบาย ๆ ที่ไม่โดดเด่นแทน”

“..ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง เหมือนกับเสื้อผ้าที่บางคนชอบสวมเสื้อผ้าฉูดฉาดให้คนมอง ขณะที่บางคนก็ไม่ได้อยากเป็นจุดสนใจอะไรขนาดนั้น”

หากคุณต้องการทำให้การแต่งตัวของคุณน่าดึงดูดสายตามากขึ้น นอกจากจะเลือกกรอบแว่นตามคำแนะนำข้างต้นแล้ว คุณควรศึกษาเทรนด์ของสังคมในขณะนั้นด้วย ซึ่ง Barton เสริมขึ้นมาว่าเดี๋ยวนี้มีกรอบแว่นที่ทำมาจากวัสดุผสมผสานกันมากมาย ตั้งแต่กรอบโปร่งใส, สีเขียว, ไปจนถึงสีเหลืองซิทรินที่ได้รับความนิยมอย่างแรงในช่วงนี้ เพราะทำให้ใบหน้าสว่างโดดเด่นขึ้นมานั่นเอง

ขั้นที่ 3: สีผิวก็สำคัญนะ!

ตอนเลือกสีกรอบแว่น โทนสีผิวของคุณจะเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพราะ “คุณคงไม่อยากให้กรอบแว่นเด่นกลบคนใส่หรอก”  Barton กล่าวต่อว่า “หากคุณเป็นคนผิวขาวอมแดง ควรเลี่ยงกรอบแว่นสีแดงหรือสีใส แต่ใช้กรอบที่มีสีค่อนไปทางสีแดงกุหลาบ หรือไม่ก็สีเขียวหรือสีน้ำตาลแทน”

“หากคุณเป็นคนผิวสีเข้มที่อยากดูเด่น ควรเลือกกรอบที่ขัดกับสีผิวไปเลยอย่างสีเทาคริสตัลสุดเดิ้น เป็นต้น”

และแม้ว่าทรงผมที่อาจไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่าไรนัก แต่สีของผมต่างหากที่สำคัญไม่แพ้สีผิว  “หากคุณเป็นคนผมสีเทาขาว กรอบแว่นสีเงิน, เทา, หรือกรอบใสก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน!

ขั้นที่ 4: หาตัวช่วยเมื่อสงสัย

ถ้าคุณไม่แน่ใจเกี่ยวกับโครงหน้าของตนเองเพราะกึ่ง ๆ ระหว่างหน้ากลมกับหน้าเหลี่ยมล่ะ? (หรือไม่ก็แค่ขี้เกียจคิดเยอะ..)  Barton แนะว่ากรอบแว่นแบบ Navigator-style จะเป็นตัวเลือกที่เซฟที่สุดแล้ว เพราะเป็นกรอบทรงมาตรฐานสุด ๆ ที่มีลักษณะคล้ายแว่นตากันลมของนักบิน แต่มีความกว้างกว่าและตี่กว่า ทำให้นับกันว่าเป็นกรอบแว่นที่เข้ากับรูปหน้าคนส่วนใหญ่ที่สุด

อย่าลืมว่ามนุษย์จะมีมุมมองที่ใช้มองตัวเองอยู่  หากคุณไว้หนวดไว้เคราแล้วพอใจ คุณก็จะมองว่าตัวเองเข้ากับหนวดที่ไว้ แม้ว่าความเป็นจริงจะขัดกับสิ่งที่คุณเห็นก็ตาม  แว่นตาก็เช่นกัน..อะไรที่คุณไม่ชอบ อะไรที่ใส่แล้วรู้สึกว่าตัวเองดูแย่ก็ไม่ต้องใส่!

ถ้าคุณอยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ไม่มีความมั่นใจหรือไม่รู้วิธีการ คุณก็สามารถเข้าปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญได้ ซึ่งในกรณีของแว่นตาก็คือการเข้าหาจักษุแพทย์หรือสไตล์ลิสแว่นนั่นเอง

Barton: “มีหลาย ๆ คนที่มีแว่นในฝันอยู่แล้ว แค่ส่วนใหญ่ยังคงติดกับเรื่องลุคอยู่ ซึ่งลุคเป็นสิ่งที่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้  แค่มีความกล้ากับความมั่นใจ เท่านี้ก็ไม่ต้องไปกลัวว่าคุณจะหน้าเหมือนพ่อมดเด็กในนิยายคนนั้นแล้ว!